สมชายลั่นไม่ท้อแต่เหนื่อย เชื่ออีกไม่นานปัญหาทุกอย่างจะจบ รอส.ส.ร.3 เดินหน้าแก้รธน.เสร็จถึงค่อยคิดจะยุบสภาหรือลาออก มั่นใจกองทัพเข้าใจรัฐบาล ไม่มีปมขัดแย้ง เผยอนุพงษ์หลบป๋าดอดเยี่ยมอดีตนายกฯสมัครที่ร.พ. ด้านพล.อ.เปรมเชื่อทหารรู้หน้าที่ดี ชี้แนวคิดนายกฯพระราชทานไม่มีในรธน. มั่นใจในที่สุดจะเกิดความปรองดอง ผบ.เหล่าทัพย้ำไม่ปฏิวัติ เวลานี้ยังมีทางออก รอดูรัฐบาลรับผิดชอบก่อน ผบ.ทอ.ชี้การปฏิวัติไม่ใช่การแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จ แนะสมชายอย่าฟังคนรอบข้าง ให้คิดเอง ย้ำทหารพร้อมทำเพื่อชาติ เสธ.หมึก เผย บิ๊กจิ๋วขออยู่เฉยๆ เสียใจอนุพงษ์ไม่เคารพรุ่นพี่ กรณ์ จาติกวณิชจี้ยุบสภา หาทีมเศรษฐกิจใหม่ชี้ตกต่ำขีดสุด ปชป.เย้ยบิ๊กจิ๋วคนแก่สองอารมณ์ ชัยส่งเอส เอ็มเอสงดประชุมสภาวันที่ 15-16 ต.ค.หวั่นม็อบบุก รมต.สุขุมพงศ์ ยันองค์ประชุมสภาครบวันแถลงนโยบาย ชี้ศาลรธน.นับจากจำนวนคนในห้อง ไม่ใช่แค่เซ็นชื่อ เย้ยปชป.เข้าใจผิด ท้าตรวจสอบได้ ประ ธานวิปยันเฉลิมเข้าร่วมประชุมสภา แต่อาจชิ่งออกไปก่อนสภาเลิก
บิ๊กป๊อกไม่โผล่ร่วมงานป๋า
วันที่ 11 ต.ค. เวลา 10.00 น. ที่สโมสรทหารบก วิภาวดีรังสิต พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานเปิดโครงการ สานใจไทยสู่ใจใต้ รุ่นที่ 10 โดยมีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีตผบ.สส. พล.อ.พงษ์เทพ เทศ ประทีป อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอารีย์ วงศ์อารยะ อดีตรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.ทรงกิตติ จักกา บาตร์ ผบ.สส. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. ซึ่งมีชื่อมาร่วมงานแต่ไม่ได้มาร่วมพิธี โดยมอบหมายให้ พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และพล.ร.อ.วรพจน์ วนินทานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ มาเป็นผู้แทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น่าสังเกตว่า งานดังกล่าวมีผบ.เหล่าทัพมาร่วมงานด้วยตัวเอง ขาดเพียงพล.อ. อนุพงษ์ กับพล.ร.อ.กำธร ซึ่งทั้งคู่เป็น ตท.10 และเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.อนุพงษ์ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันทหารไม่ปฏิวัติตามข้อเสนอของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ พร้อมทั้งให้ไปเคลียร์เหตุการณ์คืนวันที่ 6 ต.ค. ให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้ ได้รับการยืนยันจากคนใกล้ชิดว่า เมื่อเวลา 15.00 น. พล.อ.อนุพงษ์พร้อมนางกุลยา เผ่าจินดา ภรรยา ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการป่วยของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
เปรมเสียใจตร.สลายม็อบ
พล.อ.เปรมให้สัมภาษณ์ถึงทางออกของสถาน การณ์ความวุ่นวายของบ้านเมืองว่า ตนไม่ตอบคำถามนี้ เพราะตอบไม่ได้ เมื่อถามว่าสถานการณ์ขณะนี้คนไทยควรทำอย่างไร พล.อ.เปรมกล่าวว่า ไปอ่านรัฐธรรม นูญดูว่าหน้าที่คนไทยเป็นอย่างไร เพราะเขียนไว้ชัดเจน เมื่อถามว่าท่านระบุถึงความเป็นไทยที่อยากให้มีเวลานี้ทำอะไรได้เพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอด พล.อ.เปรมกล่าวว่า ตนพูดถึงความเป็นไทย คือ ให้เขาสำนึกว่าเขาคือคนไทย และมีหน้าที่เหมือนคนไทยทั่วไป เมื่อถามว่าเพื่อความสมานฉันท์คนในชาติและความสามัคคีถึงเวลาที่จะมีรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า ไม่ทราบและไม่มีความเห็น
เมื่อถามว่า มองว่าทางออกของประเทศที่มีคนไทยปะทะกันจนเกิดนองเลือดควรเป็นอย่างไร พล.อ.เปรมกล่าวว่า ตอบตรงๆ ไม่ทราบเหมือนกัน เมื่อถามว่ารู้สึกเสียใจกับภาพเหตุการณ์ที่ตำรวจสลายการชุมนุมจนประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิต พล.อ.เปรมกล่าวว่า เสียใจ เมื่อถามย้ำว่าจะวิงวอนให้ตำรวจดูแลความสงบโดยเฉพาะกลุ่มผู้ชุมนุม พล.อ.เปรมกล่าวว่า ทุกคนต้องทำตามหน้าที่ของตัวเอง เมื่อถามว่าสถานการณ์จากนี้จะรุนแรงหรือคลี่คลายในทางที่ดี พล.อ.เปรมกล่าวว่า เดาไม่ถูก
เชื่อสุดท้ายปรองดองกันได้
เมื่อถามว่าความสงบสุขที่จะเกิดขึ้นแนวทางการปฏิวัติจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ พล.อ.เปรมนิ่งไม่ตอบคำถาม เมื่อถามว่าเหตุการณ์รุนแรงหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการยุบสภาหรือนายกฯ ลาออก พล.อ.เปรม กล่าวพร้อมกับยิ้มว่า คุณถามคำถามยาก ผมตอบไม่ได้ เมื่อถามถึงแนวทางนายกรัฐมนตรีพระราชทาน พล.อ.เปรมกล่าวว่า นายกฯพระราชทานไม่มี รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ เมื่อถามว่าในฐานะผู้ใหญ่ของบ้านเมืองจะเสนอทางออกให้บ้านเมืองสงบสุขอย่างไร พล.อ.เปรม ย้อนถามว่า คำถามคุณตอบยาก เมื่อถามว่าประชาชนควรคำนึงสิ่งใดเป็นหลักที่ทำให้คนไทยกลับมาดีกันและอยู่อย่างมีความสุขในอดีต พล.อ. เปรม กล่าวว่า คำถามยากตอบลำบาก
เมื่อถามว่าถึงเวลาที่ทหารจะเป็นตัวกลางเข้ามาแก้ปัญหาหรือยัง พล.อ.เปรมกล่าวว่า ทหารมีหน้าที่ของเขา เขาคงรู้ว่าหน้าที่ของเขาคืออะไร เมื่อถามว่าจุดยืนของทหารต่อสถานการณ์เหมาะสมหรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า ไม่รู้ แต่คิดว่าความเหมาะสมอยู่ที่คนจะมองว่าเหมาะสมหรือไม่ เมื่อถามว่าเหตุการณ์ 19 ก.ย.2549 จะเป็นทางออกของประเทศได้หรือไม่ พล.อ.เปรมปฏิเสธที่จะตอบคำถามเพียงแต่ยิ้มเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าภาพเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. คนไทยจะปรองดองกันได้หรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า เชื่อว่าในที่สุดสามารถปรองดองกันได้ แต่ต้องใช้เวลา เมื่อถามว่าถึงเวลาที่คนไทยทั้งชาติควรหันหน้าเข้าหากันเพื่อถวายแด่ในหลวง พล.อ.เปรมยิ้มพร้อมพยักหน้าก่อนจะเดินขึ้นรถส่วนตัวเดินทางกลับ
ทรงกิตติย้ำทหารไม่ปฏิวัติ
ด้านพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิป ไตย โดยเฉพาะกรณีการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็นห่วงและติดตามสถานการณ์ เมื่อถามว่าคิดว่าทางออกที่ดีรัฐบาลควรยุบสภาหรือลาออก พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวเพียงว่า คิดเหมือนกับคนไทยทุกคน
พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. กล่าวถึงจุดยืนของกองทัพว่า พล.อ.อนุพงษ์พูดไปแล้ว เมื่อ 3 เหล่าทัพรวมเป็นหนึ่ง ไม่ว่าท่านใดพูดก็เหมือนกัน ขณะนี้ยังไม่ได้เรียกผบ.เหล่าทัพ เข้ามาประชุมหารือเพื่อทางออกให้กับบ้านเมือง เมื่อถามว่าผบ.เหล่าทัพ ควรหารือระดมความคิดแก้ปัญหาบ้านเมือง พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า เรื่องนี้คิดและพูดคุยตลอดเวลา ส่วนทางออกจะมาในรูปแบบไหนนั้น ยังไม่บอก แต่ผบ.เหล่าทัพคิดกันไว้แล้วตามที่ผบ.ทบ.เรียนไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลคงทราบและต้องแก้ไขปัญหา
เมื่อถามว่าอาจมีการยั่วยุให้กองทัพรู้สึกหวั่นไหวได้ พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า ไม่หวั่นไหว เมื่อถามว่าทาง ออกที่ดีรัฐบาลควรยุบสภาหรือลาออก พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า ไม่ทราบ เมื่อถามว่าถึงเวลาที่ทหารต้องออกมาแก้ปัญหาหรือยัง โดยเฉพาะการปฏิวัติ พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีการปฏิวัติ เมื่อถามย้ำว่าเวลาไหนที่กองทัพจะต้องนำกำลังออกมาเพื่อแก้วิกฤตของบ้านเมือง พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า ยังไม่มี
บิ๊กทัพฟ้าชี้เหล่าทัพเห็นพ้องอนุพงษ์
ด้านพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. กล่าวว่า ทาง ออกการแก้ปัญหาของประเทศ คงเหมือนกับพล.อ.อนุพงษ์ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ผบ.เหล่าทัพได้พูดคุยกันตลอด ซึ่งกังวลและเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราติดตามอยู่ตลอด ส่วนแนวทางปฏิบัติเหมือนกับที่ผบ.สส. และผบ.ทบ.พูดไว้ เพราะเรากลมเกลียว มีอะไรทำเหมือนกันหมด
เมื่อถามว่ามีเสียงเรียกร้องให้ปฏิวัติ จุดยืนทหารเป็นอย่างไร พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า ทหารอยู่ในกรอบ ทำอะไรต้องคิดให้ดี การที่ทหารออกมาเป็นเรื่องใหญ่ อย่างไรก็ตาม เราอยู่ข้างความถูกต้อง ตอนนี้เราต้องพิจารณาให้รอบคอบ อยู่ๆ ทหารจะถืออาวุธออกมาไม่ได้ ต้องมีพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึกว่าจะออกมาในฐานะอะไร ถ้าไม่มีคำสั่งหรือไม่มีเงื่อนไขให้เคลื่อนย้าย หากทหารออกมาจะเดือดร้อน
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าจะออกมาปฏิวัติใช่หรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า เราพูดคุยเรื่องบ้านเมืองกันตลอด คิดว่าทุกฝ่ายคงพยายามแก้ปัญหา การปฏิวัติไม่ใช่การแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จ คือปฏิวัติได้แต่ผลที่ตามมาต้องดูให้ดีว่าประเทศชาติจะเสียหาย อะไรจะเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน
เชื่อสมชายคิดเองได้
เมื่อถามว่าขณะนี้รัฐบาลควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือยุบสภาหรือไม่ พล.อ.อ. อิทธพรกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ท่านต้องพิจารณา เป็นการตัดสินใจของท่าน คงไม่สามารถคิดแทนท่านได้ ท่านเป็นนายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นอดีตผู้พิพากษา ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายอย่าง คิดว่าท่านน่าใช้เวลาที่ไม่มีคนห้อมล้อม คิดด้วยวิจารณญาณของท่านเองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปถึงไหนแล้ว คิดว่าท่านคงรู้ตัวว่าควรจะทำอย่างไร ผมไม่สามารถไปชี้นำได้ เพราะผมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา
เมื่อถามว่าผบ.เหล่าทัพ พูดคุยกันแล้วว่าแนว ทางแก้ปัญหาควรเป็นอย่างไร พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า เราพูดกันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ดังนั้น ต้องตรวจสอบและมีคนรับผิดชอบ เมื่อถามว่าหากนายกฯ และรัฐบาลไม่รับผิดชอบจะทำอย่างไร พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า คงต้องดูว่ามีคนรับผิดชอบอย่างไรแค่ไหน เมื่อถามว่าผบ.เหล่าทัพ จะจับมือกันไปพบนายกฯ เพื่อให้ท่านลาออกยุติปัญหาหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า คงต้องดูสถานการณ์อีกทีหนึ่ง เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าทหารพร้อมจะทำอะไรเพื่อชาติ พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า คงยืนยันไม่ได้ แต่เราพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อชาติ ด้วยขั้นตอน ด้วยสถานการณ์ เราพร้อมทำตามสิ่งที่ถูกต้องและจะอยู่ข้างประชาชนตลอด เราจะไม่ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม
บิ๊กจิ๋วเสียใจรุ่นน้องไม่เคารพ
พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ นายทหารคนสนิทพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์พาดพิงพล.อ.ชวลิต ให้ไปเคลียร์กรณีสั่งการให้ตำรวจสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า พล.อ.ชวลิต ได้รับทราบข่าวแล้วรู้สึกเสียใจนิดๆ แต่ไม่โกรธหรืออาฆาตต่อตัวพล.อ.อนุพงษ์ แต่บ่นเล็กน้อยว่าไม่เคารพนายทหารรุ่นพี่ ไม่มีความเคารพระบบอาวุโส เพราะสิ่งที่พล.อ. ชวลิต เสนอแนะไปเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อบ้านเมืองทั้งสิ้น
โดยพล.อ.ชวลิต บอกว่าเมื่อเขาไม่เข้าใจไม่เป็นไร ขออยู่อย่างสบายๆ และพยายามช่วยเหลือน้องๆ ให้ดีที่สุด หากไม่เชื่อก็ตามใจ ขณะนี้พล.อ.ชวลิตอยู่นิ่งเฉย และไม่แสดงความเห็นอะไรอีกต่อไป พล.ท.พิรัชกล่าว
สมชายยื้อ-ขอเวลาคิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวัน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เก็บตัวเงียบอยู่ภายในบ้านพักในหมู่บ้านเบเวอร์ลี่ ฮิลล์ ถ.แจ้งวัฒนะ โดยมีรัฐมนตรีและส.ส.พรรคพลังประชาชนทยอยมาเข้าพบ อาทิ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ในฐานะเลขานุการส่วนตัวนายกรัฐมนตรี ได้มาพบตั้งแต่เวลา 10.00 น. โดยนายบุญทรง กล่าวว่า นายกฯ ไม่มีภารกิจที่ไหน โดยจะขอพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน จากนั้น นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว. พาณิชย์ เข้าพบนาน 40 นาที และน.พ.วัลลภ ยังตรง อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคไทยรักไทย พร้อมด้วยภรรยา นางอนุสรา ยังตรง ส.ส.สมุทร ปราการ พรรคพลังประชาชน มาเข้าพบในช่วงบ่าย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งภายในบ้านพัก และทางเข้าหมู่บ้าน
เวลา 16.45 น. ที่บ้านพักในหมู่บ้านเบเวอร์รี่ ฮิลล์ นายสมชาย ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางเยือนประเทศในอาเซียนว่า จะทำหลังจากทุกอย่างตรงนี้จบ จะเดินทางทันที ซึ่งเชื่อว่าคงอีกไม่นานจะจบ เมื่อถามว่าแสดงว่ายังมีความคิดจะไม่ยุบสภา ไม่ลาออก นายกฯกล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ตนต้องพิจารณา คิดถึงระยะสั้นระยะยาวให้ดีที่สุด ผลประโยชน์ไม่ได้อยู่ที่ตน อีกทั้งตนไม่ใช่คนที่ยึดมั่นถือมั่นในตำแหน่งหน้าที่หรืออยากได้ใคร่มีในลาภยศวาสนา แต่ต้องคิดถึงระยะเวลาว่าถ้าตอนนี้ยุบ มันดีหรือเสียตรงไหน ถ้าลาออก ดีตรงไหนเสียตรงไหน เอามาบวกลบกันดู ซึ่งสื่อก็ช่วยบวกลบคูณหารให้ตนด้วยว่าเป็นอย่างไร
ลั่นไม่ท้อแต่เหนื่อย
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ คิดว่าผลดีผลเสียเป็นอย่างไร นายสมชายกล่าวว่า ตนขอให้สื่อไปทำการบ้านให้หน่อย เมื่อถามถึงการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นายกฯกล่าวว่า ในนามของรัฐบาลสนับสนุนอยู่ตลอด เพราะเป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ว่า สนับสนุนส.ส.ร. 3 และถ้ามีส.ส.ร. 3 เสร็จแล้ว คราวนี้จะเอาอย่างไร จะยุบหรือจะอะไรก็ว่ากัน
เมื่อถามว่าขณะนี้รัฐบาลทำงานไม่สะดวกจะแก้ปัญหาอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ก็ถูกที่ทำงานไม่สะดวก แต่ตนไม่เคยหยุดทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องข้าว ได้ทำมาตลอด และยังมีงานที่รออยู่อีกหลายงาน เช่น งานรัฐพิธี ต้องทำหยุดไม่ได้ ถ้าหยุดเสียหาย เป็นเรื่องที่จำเป็น
เมื่อถามว่านายกฯ ประเมินอย่างไรที่พล.อ. ชวลิต ลาออกจากรัฐบาลแล้วแต่กลับทิ้งระเบิดใส่รัฐบาลด้วยการแนะให้ผบ.ทบ.ปฏิวัติ นายกฯกล่าวว่า ตนพูดได้เพียงว่ารัฐบาลยืนหยัดในการปกครองระบอบประชา ธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และประชาธิปไตยมาจากประชาชน
เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้ได้คุยกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.และผบ.เหล่าทัพบ้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนคุยเรื่องงาน แต่เรื่องความขัดแย้งไม่มี ต่อข้อถามว่าทางกองทัพมีความเข้าใจอันดีถึงการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ทุกอย่างที่ผ่านมา คนที่อยู่ในวงการเขาเข้าใจ ตอนนี้ตนไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะถ้าพูดไปจะเหมือนฝ่ายนั้นฝ่ายนี้มาแก้ตัวกันคนละที ตนจึงคิดจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอย่างที่บอก เมื่อถามว่าถึงตอนนี้รู้สึกท้อหรือไม่กับสถานการณ์การเมืองที่รุมเร้า และส่งผลกระทบต่อตัวนายสมชายโดยตรง นายกฯกล่าวว่า ไม่ท้อแต่เหนื่อย
ปู่ชัยสั่งงดประชุมสภาหวั่นม็อบบุก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนฯ ส่งเอสเอ็มเอสแจ้งไปยัง ส.ส.ทุกคนว่างดประชุมสภาในวันที่ 15-16 ต.ค. หลังจากมีข่าวว่าพันธมิตรอาจจะไปปิดล้อมสภาอีก
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เลขาธิ การพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวถึงหลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายกฯ ตนในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น เพราะมันทำให้เจ็บปวดด้วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่ารัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ พันธมิตร หรือญาติผู้สูญเสีย
ผมอยากให้ทุกฝ่ายอย่ามีอารมณ์ อย่ามีทิฐิ รอให้นายกฯ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าใครถูกใครผิด เหตุมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งข้อเสนอให้ยุบสภาหรือลาออกนั้น นายกฯบอกแล้วว่ากำลังคิดดูอยู่ว่าจะทำอย่างไร ฉะนั้นคนที่เสนอให้ท่านยุบสภาหรือลาออก ขอให้เวลาท่านได้ทำงานสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น คงจะใช้เวลาไม่นาน นายประดิษฐ์กล่าว
เด็กพปช.เตรียมยื่นฎีกา
นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ส.ส.ในพรรคพลังประชาชนบางส่วนมีแนวคิดจะเสนอที่ประชุมพรรคในวันอังคารที่ 14 ต.ค. หารือแนวคิดถวายฎีกาต่อพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อบ้านเมืองไม่สามารถหาทางออกตามวิธีทางกฎหมายได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น ที่จะต้องเอาเข้าหารือในที่ประชุมพรรค เพื่อถามความเห็นและช่วยกันคิดก่อนว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร
นายสุชาติกล่าวต่อว่า ได้ทราบข่าวว่าวันที่ 15-16 ต.ค.นี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคำสั่งงดการประชุมสภาแล้ว ซึ่งวาระที่คงค้างอยู่ ก็ยังไม่มีที่เร่งด่วนมากอะไร
ปชป.ย้ำอีกต้องยุบสภา-ลาออก
เวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว ว่า จากการให้สัมภาษณ์ของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ระบุชัดเจนว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 ต.ค. เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยของประเทศ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผบ.ทบ.ออกมาพูดในลักษณะนี้ และชี้ให้เห็นว่าขณะนี้ประชาธิปไตยของไทยอยู่ในภาวะเสี่ยงอย่างยิ่ง หากนายกฯ ไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบในระดับต่างๆ ทั้งในส่วนตัวเอง และความรับผิดชอบในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำลงไป ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยที่นายสมชาย จะแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเห็นว่านายกฯ หมดความชอบธรรมไปแล้วเมื่อใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ดังนั้น การแต่งตั้งคณะกรรม การอิสระจึงเป็นความพยายามของรัฐบาลที่จะเบี่ยงเบนประเด็นในการแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น
พรรคเห็นว่าหากรัฐบาลมีความจริงใจควรออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นกระบวนการอื่นๆ โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมืองคงเกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งนายกฯ ควรตัดสินใจว่าจะเลือกยุบสภาหรือลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบในฐานะที่มีส่วนรู้เห็นสั่งการให้ตำรวจใช้กำลังเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุม โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
เย้ยบิ๊กจิ๋วคนแก่สองอารมณ์
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เรียกร้องให้ผบ.ทบ. ทำการปฏิวัติว่า คิดว่าพล.อ.ชวลิต กำลังเข้าสู่ภาวะคนแก่ 2 อารมณ์ในคนๆ เดียวกัน อารมณ์แรกคือความเป็นประชาธิปไตยในตัวเอง การแสดงสปิริตลาออกในเหตุการณ์สลายม็อบวันที่ 7 ต.ค. เข้าใจว่าเป็นการลาออกเพื่อตัดตอนการรับผิดชอบของนายกฯ ที่สังคมไม่ยอมรับ และอีกอารมณ์ พล.อ. ชวลิต แสดงถึงอารมณ์แห่งอำนาจ นิยมความรุนแรงโดยเรียกร้องให้ผบ.ทบ.ทำการปฏิวัติ
นายเทพไทกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ประ กาศไว้ชัดเจนว่าหากมีการปฏิวัติเกิดขึ้น จะต่อต้านจนถึงที่สุด วิธีการที่เป็นประชาธิปไตยคือ รัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อนายกฯประกาศไม่ยุบสภา ไม่ลาออก เท่ากับเป็นผู้นำพาประชาธิปไตยมาสู่ทางตัน หากมีอะไรเกิดขึ้น นายกฯ ต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ นายกฯไม่ควรไปสร้างแรงกดดันให้กองทัพทำในสิ่งที่ไม่อยากกระทำ ทางออกที่ดีที่สุดของนายกฯ เวลานี้คือการยุบสภา เพื่อซื้อเวลาบรรเทาความขัดแย้งลดแรงเสียดทาน เหตุการณ์น่าจะคลี่คลายลงไป และหลังเลือกตั้งเมื่อได้รัฐบาลแล้ว ถ้ายังขัดแย้งอีกค่อยมาเรียกร้องถึงเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลพิเศษตามแนวทางของ น.พ. ประเวศ วะสี
กรณ์จี้ยุบสภา-เปลี่ยนทีมศก.
นายกรณ์ จาติกวนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังชะลอตัว หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตตลาดการเงิน แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส ของสหรัฐอเมริกา ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติต่างทยอยถอนการลงทุนภาคการผลิต ลดการขยายโรงงาน ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาคนว่างงานเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ภาคการส่งออกประเทศไทยที่พึ่งการส่งออกเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนร้อยละ 70 ของ GDP กำลังชะลอตัวอย่างมาก จากผลกระทบวิกฤตการเงินในสหรัฐ นอก จากนี้ ผลกระทบยังทำให้สภาพคล่องทางการเงินของผู้ประกอบการขนาดย่อมเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ลำบาก เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายระดมทุนโครง การขนาดใหญ่ โดยมีแผนพึ่งพาตลาดเงินในประ เทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยที่มีศักยภาพน้อยกว่าบริษัทขนาดใหญ่
ขณะนี้ถือว่าวิกฤตเศรษฐกิจถึงขีดสุดแล้ว โดยเสียงสะท้อนจากนักธุรกิจเห็นว่า ในเมื่อรัฐบาลไม่สามารถนำพาประเทศฝ่าวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือ รัฐบาลควรประกาศยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อเปิดช่องให้เริ่มต้นนับหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ เชื่อว่าจะเป็นวิธีเรียกความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนไทยและต่างชาติได้ นายกรณ์กล่าว
ส.ว.หนุนบิ๊กป๊อกไม่ปฏิวัติ
นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ ระบุทาง ออกเดียวในขณะนี้คือการปฏิวัติว่า ที่ผ่านมาชื่นชมพล.อ.ชวลิต ที่เป็นนายทหารอาชีพ ยึดมั่นประชาธิปไตย ไม่เคยทำการปฏิวัติ แม้เคยมีอำนาจที่จะทำได้ แต่มาวันนี้ คงต้องขอบอกว่า เลิกนับถือพล.อ.ชวลิต และขอให้พล.อ.ชวลิต เลิกเล่นการเมืองอย่างถาวร เพราะสังคมไทยมาไกลเกินกว่าความคิดของพล.อ.ชวลิตแล้ว
ผมต้องชื่นชม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ. ทบ. ที่ประกาศหนักแน่นว่า จะไม่ทำการปฏิวัติอย่างเด็ดขาด เพราะบทเรียนในอดีต โดยเฉพาะการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 แสดงให้เห็นว่า การปฏิวัติไม่ได้แก้ปัญหาได้ และส.ว. ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ ไม่ว่าจะปฏิวัติเพื่อฝ่ายใดก็ตาม เพราะมีแต่นำความหายนะมาสู่ประ เทศชาติ นายสิริวัฒน์กล่าว
สุขุมพงศ์ยันองค์ประชุมครบ
นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาให้เป็นโมฆะเนื่องจากมีสมาชิกเข้าประชุมสภาไม่ครบองค์ประชุมว่า ยืนยันว่าการประชุมรัฐสภาในวันที่ 7 ต.ค. มีส.ส. ส.ว.เข้าร่วมครบองค์ประชุมอย่างแน่นอน มีสมา ชิกเข้าประชุมทั้งหมด 320 เสียง ซึ่งการนับองค์ประชุมตามหลักของศาลรัฐธรรมนูญนั้นให้ยึดจากจำนวนผู้ที่อยู่ในห้องประชุมเป็นหลัก ไม่ได้ยึดจากจำนวนส.ส.หรือส.ว.ที่เซ็นชื่อเข้าประชุม นอก จากนี้ จำนวนสมาชิกรัฐสภาที่มาเซ็นชื่อก่อนเข้าประชุมนั้น ตรวจสอบแล้วพบว่ามีรายชื่อครบองค์ประชุมเช่นกัน ไม่ใช่มีแค่ 258 เสียงตามที่ฝ่ายค้านอ้าง แต่ยอมรับว่าอาจมีส.ส.บางคนลืมเซ็นชื่อเข้าประชุมบ้าง แต่ไม่ใช่เรื่องสำคัญเพราะการนับองค์ประชุมต้องนับจากคนที่อยู่ในห้องประชุมเป็นหลัก
เมื่อถามถึงฝ่ายค้านตรวจสอบพบว่ามีส.ส. 3 คนไม่ได้ลงชื่อเข้าประชุมแต่มีชื่อกดบัตรแสดงตัวคือร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข ส.ส. สัดส่วน นายสฤษฎ์ อึ้งอภินันท์ ส.ส.เชียงราย พรรคพลังประชาชน และนายมานิต นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี พรรคมัชฌิมาธิปไตย นายสุขุมพงศ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าทั้งสามมาร่วมประชุมหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่มีการเสียบบัตรแทนกัน เพราะองค์ประชุมครบ คิดว่าเรื่องนี้คงเป็นความคลาดเคลื่อนของฝ่ายค้านที่เข้าใจผิดในกฎหมายว่าการนับองค์ประชุมต้องนับจากจำนวนสมาชิกที่มาเซ็นชื่อเข้าประชุม คงไม่มีเจตนาตีรวนรัฐบาล
เย้ยปชป.ไม่ได้เข้าแต่อวดรู้
ด้านนายวิทยา บุณณศิริ ประธานคณะกรรม การประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิป) กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เข้าร่วมประชุมรัฐสภาในวันที่รัฐบาลแถลงนโยบาย แล้วรู้ได้อย่างไรว่าองค์ประชุมไม่ครบ ยืนยันว่าการประชุมดังกล่าวมีองค์ประชุมครบอย่างแน่นอน โดยนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้สั่งให้นับองค์ประชุมถึง 2 ครั้งจึงถือว่าการประชุมในวันนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว หากฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ทำได้ เพราะเรื่ององค์ประชุมนั้นตรวจสอบได้อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนที่มีรายชื่อ 3 ส.ส.ไม่เข้าประชุมสภาแต่มีการกดบัตรคะแนนแทนนั้น ยืนยันว่าร.ต.อ.เฉลิม เข้าประชุมอย่างแน่นอน แต่อาจจะออกไปก่อนที่สภาจะเลิกประชุม